6 ขั้นตอนการพัฒนาเว็บไซต์
ทำไมเราต้องพัฒนาเว็บไซต์ เรามาดูกันดีกว่าว่ากระบวนการสร้างเว็บไซต์ ประกอบด้วยกี่ขั้นตอน และมีขั้นตอนอะไรบ้าง เพื่อให้องค์กรปรับตัวได้ทันยุค Digital Transformation บทความนี้เราจะมาแนะนำ 6 ขั้นตอนการพัฒนาเว็บไซต์ ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณน่าสนใจมากยิ่งขึ้น!
1. วางแผนการทำงาน (Planning)
เพื่อให้ทำเว็บไซต์เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนแรกในการพัฒนาเว็บไซต์ คือ การวางแผนและกำหนดเป้าหมายในการทำงาน โดยมีสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญดังต่อไปนี้
-
วัตถุประสงค์ : กำหนดวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบว่าเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นเพื่ออะไร ต้องการนำเสนออะไร และจะมีผลลัพธ์แบบใด
-
กลุ่มเป้าหมาย : การกำหนดผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ช่วยให้สามารถออกแบบเว็บไซต์ได้อย่างเหมาะสม และตอบโจทย์ผู้ใช้งาน
-
แหล่งข้อมูล : นักพัฒนาเว็บไซต์จะต้องทราบว่าจะใช้ข้อมูลส่วนไหน และใช้ข้อมูลจากแหล่งใดบ้าง เพื่อให้ข้อมูลในเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ
-
บุคลากร : เนื่องจากการพัฒนาเว็บไซต์มีหลายส่วน จึงต้องอาศัยทักษะของบุคลากรในด้านต่าง ๆ เช่น การออกแบบกราฟฟิก, การจัดการเนื้อหา, การเขียนโปรแกรมหรือเขียนเว็บไซต์ และการดูแลเว็บเซิร์ฟเวอร์ เป็นต้น
-
ทรัพยากร : จัดเตรียมทรัพยากรที่จำเป็นให้เพียงพอสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ เช่น การจัดหาบุคลากร, การจดทะเบียนโดเมนเนม และการหาผู้ให้บริการรับฝากเว็บไซต์ เป็นต้น
2. การออกแบบเว็บไซต์ (Design)
หลังจากที่กำหนดเป้าหมายและจัดเตรียมทรัพยากรแล้ว จึงเข้าสู่กระบวนการออกแบบเว็บไซต์ตามแบบแผนที่วางไว้ให้เกิดขึ้นจริง เป็นส่วนที่ผู้ใช้งานมองเห็นและตอบสนองที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการพัฒนาเว็บไซต์ในส่วนของระบบหน้าบ้านและระบบหลังบ้าน โดยมี 2 ส่วน ดังนี้
-
UX Design : เป็นการออกแบบที่เน้นประสบการณ์ของผู้ใช้ โดยจะทำการค้นคว้า ทดสอบ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งาน เพื่อนำมาประยุกต์ในการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น Design Thinking, Design Sprint และ Lean UX
-
Wireframing : เป็นส่วนที่วางโครงสร้างของเว็บไซต์ เพื่อให้ทุกคนในทีมพัฒนาเว็บไซต์และผู้ใช้งานสามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจนและเข้าใจตรงกัน
-
UI Design : เป็นการออกแบบที่จะเน้นหน้าตาของเว็บไซต์ เป็นส่วนเชื่อมระหว่างผู้ใช้กับเว็บไซต์ เช่น รูปแบบตัวอักษร, สี, ลักษณะปุ่ม เป็นต้น
3. การพัฒนาเว็บไซต์ (Development)
เมื่อออกแบบเว็บไซต์เสร็จสิ้นขั้นตอนต่อไปคือการพัฒนาเว็บไซต์ โดยนำโครงสร้างและองค์ประกอบกราฟิกเหล่านั้นมาใช้สร้างหน้าเว็บไซต์ทีละหน้า และใส่องค์ประกอบเสริมต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งอาจจะมีการปรับแต่งเพิ่มเติมหลังจากที่สร้างเว็บไซต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อพบว่ามีฟีเจอร์หรือการวางองค์ประกอบบางอย่างที่ไม่เหมาะสม
4. การทดสอบเว็บไซต์ (Quality Assurance Testing)
หลังจากการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์เสร็จสิ้นแล้ว ผู้พัฒนาจะต้องนำตัวอย่างเว็บไซต์เสมือนจริงโดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพื่อทำการทดสอบแบบออฟไลน์ (Offline Testing) ว่าเว็บไซต์ที่ออกแบบมานั้นสามารถตอบสนองผู้ใช้ได้เป็นอย่างดีหรือไม่ มีตัวอักษร สี ปุ่ม และการจัดวางฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมหรือไม่
5. เผยแพร่ข้อมูลที่ต้องการบนเว็บไซต์ (Launch)
เมื่อผ่านกระบวนการพัฒนาและปรับหน้าเว็บไซต์จนสมบูรณ์แล้ว ก็ถึงเวลาในการเผยแพร่เว็บไซต์เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าชมเว็บไซต์และเกิดการตอบโต้ ซึ่งผู้พัฒนาจะต้องทำการจดทะเบียนโดเมนเนมและเช่าพื้นที่บนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้สามารถเผยแพร่เว็บไซต์ได้ถูกต้องตามระบบ
และนอกจากนี้ ผู้พัฒนาจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้ เพื่อประเมินพฤติกรรม ความต้องการ และความพึงพอใจของลูกค้าที่มีการตอบโต้บนเว็บไซต์ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับปรุงและใช้ในกระบวนการพัฒนาเว็บไซต์อยู่เสมอ
6. ตรวจสอบและพัฒนา (Post-launch Review & Optimization)
เมื่อการพัฒนาเว็บไซต์ทั้งหมดเสร็จสิ้นและทำการเผยแพร่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้พัฒนาควรตรวจสอบและดูแลระบบอยู่เสมอ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดในขณะที่ผู้ใช้งานกำลังมีปฏิสัมพันธ์บนเว็บไซต์ ไม่ให้เซิร์ฟเวอร์ติดขัด และมั่นใจว่าฟีเจอร์ต่าง ๆ บนเว็บไซต์ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ พร้อมกับอัปเดตข่าวสารและตอบคำถามผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ