Mon - Fri : 9 am - 5.30 pm
เรามีบริการปรับ Code หน้าเว็บของลูกค้าเพื่อให้รองรับกับ Search Engine มากยิ่งขึ้น หลายๆเว็บไซต์ ที่ไม่ได้จ้างทีมในการทำการตลาด SEO สามารถจ้างเราปรับปรุงตัว code ในหน้าเว็บไซต์ของคุณได้
การปรับแต่งเหล่านี้ไม่ใช่การทำ SEO แต่เป็นการปรับเว็บให้มีคุณภาพสำหรับการใช้งานและการจับ Tags ต่างๆของ BOT ของ Search Engine
ตรวจสอบ Link Tags, A Tags ที่ควรจะใส่ (Alt, Title) , Meta Tags ต่างๆที่สามารถใส่ได้
บริการย่อขนาดไฟล์รูป บีบอัด และอัพโหลดกลับเข้าระบบเหมือนเดิม เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการโหลด
ทำการ Redirect ลิ้งค์เก่าลิ้งค์ใหม่ หรือสร้างลิ้งค์เพิ่มเติม และ ตรวจสอบแก้ไข redirect www, https
ปรับแต่งการโหลดของ Database เพื่อให้เว็บทำงานได้ไวยิ่งขึ้น เป็นผลดีต่อการทำ seo
บริการช่วยย้ายโฮส , Backup Website หรือ ช่วย Clean File ที่ไม่เกี่ยวข้องออกเพื่อลดปริมาณพื้นที่การใช้งานโฮส
ระยะเวลามาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 3 - 7 วันทำการ ครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของเว็บไซต์ ปริมาณรูปภาพ และความซับซ้อนของระบบหลังบ้าน (Database) โดยหลังจากที่ทีมงานได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบหลังบ้านและโฮสติ้งแล้ว เราจะทำการประเมินโครงสร้างและแจ้งกรอบเวลาที่ชัดเจนให้ทราบก่อนเริ่มงานทันทีครับ
ปลอดภัย 100% ครับ ก่อนเริ่มดำเนินการปรับแต่งโครงสร้างใดๆ ทีมงานเอโอซอฟต์จะทำการสำรองข้อมูล (Full Backup) ทั้งไฟล์เว็บและฐานข้อมูลทั้งหมดไว้ล่วงหน้าเสมอครับ นอกจากนี้ในขั้นตอนการทดสอบและปรับโค้ดที่ซับซ้อน เราจะทำบนระบบจำลอง (Staging Environment) ก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อหน้าเว็บจริงที่ลูกค้ากำลังใช้งานอยู่ เว็บไซต์ของคุณจึงสามารถเปิดทำงานได้ตามปกติโดยไม่มีอาการล่มหรือข้อมูลสูญหายอย่างแน่นอนครับ
ทีมงานของ บริษัท เอโอซอฟต์ จำกัด รองรับการปรับแต่ง Optimization เว็บไซต์หลากหลายรูปแบบครับ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ระบบปิด (Custom Built) ที่พัฒนาด้วยภาษา PHP, HTML, หรือระบบ CMS ยอดนิยมอย่าง WordPress รวมถึงโครงสร้างเว็บที่สร้างจาก AI เครื่องมือต่างๆ เราสามารถเข้าจัดระเบียบ Code, เคลียร์ Database ที่ไม่ได้ใช้งาน และปรับแต่ง Configuration ของเซิร์ฟเวอร์ (Hosting) ให้แมตช์กับตัวเว็บเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดได้ทั้งหมดครับ
ส่งผลโดยตรงและสำคัญมากครับ เนื่องจาก Google ใช้ Core Web Vitals (ความเร็วและการตอบสนองของหน้าเว็บ) เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการจัดอันดับ (Ranking Factor) เว็บไซต์ที่โหลดช้าเกิน 3 วินาที จะทำให้ผู้ใช้งานกดปิดหน้าเว็บทันที (Bounce Rate สูง) การทำ Speed Optimization จึงไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ใช้งานพึงพอใจ แต่ยังช่วยให้บอทของ Google ไต่เก็บข้อมูลได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้อันดับ SEO ของเว็บไซต์คุณดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างเดิมของเว็บไซต์ครับ โดยทั่วไปหลังจากที่ทีมงานเข้าปรับแต่ง Source Code, บีบอัดรูปภาพ และตั้งค่าระบบ Caching แล้ว เว็บไซต์จะโหลดเร็วขึ้นเฉลี่ย 50% - 80% โดยอ้างอิงการวัดผลจากเครื่องมือมาตรฐานสากล เช่น Google PageSpeed Insights และ GTmetrix ซึ่งเราจะมีการส่งรายงานเปรียบเทียบผลลัพธ์ให้ลูกค้าเห็นความต่างระหว่าง "ก่อนทำ" และ "หลังทำ" อย่างชัดเจนครับ
กรณีที่มีเว็บอยู่แล้ว สามารถให้เราช่วยปรับปรุงโครงสร้างของเว็บได้ แต่ในเบื้องต้นต้องให้เราช่วยประเมินงาน ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ก่อน ในส่วนนี้หากยังไม่ได้เริ่มปรับแต่ง จะไม่มีค่าบริการใดๆ ลูกค้าสามารถติดต่อแจ้งความต้องการเข้ามาก่อนได้